นิกกี้ อัศวทร คันศร (รัก) ของ Matchmaker

นิกกี้ อัศวทร คันศร (รัก) ของ Matchmaker

วันที่: 

30/01/2009

Life Style (กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2552)

 

หรือเพราะคิวปิดไม่ปฏิบัติหน้าที่ นิกกี้ อัศวทร จึงต้องมาเป็นแม่สื่อไฮเทคให้กับบรรดา member ที่แห่มาใช้บริการ Matchmaker กันอย่างคับคั่ง เรื่องรักใคร่ของคนหนุ่มสาว เริ่มต้นจาก 'หมุดไมล์' แห่งใดหรือ ?

 

เริ่มจาก 'หญิงชรา' (แม่สื่อ) คลุมถุงชนให้ลูกหลานในชนบทของจีน หรือเริ่มจากสงครามของกรุงทรอย เพราะ 'ความงามของเฮเลน' ...เริ่มจาก 'แจ๊ค' พบกับ 'โรส' บนเรือ titanic หรือจาก เดวิด เบ็คแฮม พบ วิคตอเรีย ในงานปาร์ตี้ปี 1998

 

จะมีต้นทางจากเรื่องราวไหน แต่เรื่องรักนั้น ล้วนมีผู้เกี่ยวข้องและรับรู้ ..จาก 'แม่สื่อ' มาถึง 'เพื่อนยุ' จาก 'พ่อแม่แนะนำ' มาถึง 'รักบังเอิญพบเจอ' (แบบพล็อตหนัง boys meet girls) แต่เมื่อโลกกลิ้งมาสู่ต้นศตวรรษที่ 21 ใครจะรู้ว่าทุกวันนี้ อาชีพที่คนยุคใหม่แห่ใช้บริการ ที่เรียกว่า matchmaker จะได้รับความนิยมอย่างมาก

 

แน่นอนว่า ถ้าพูดถึง 'คิวปิด' เราจะนึกถึง 'คันศร' ถ้าใครเอ่ยถึง matchmaker เราคงเริ่มคุ้นชื่อของ คิวปิดสาว อย่าง นิกกี้ อัศวทร ..เธอง้างศรรักจนหลายคู่ลงเอยไปด้วยดี แต่น่าสนใจว่า นอกจากคันศรและสายตาแล้ว เธอรู้ได้อย่างไรว่า ใครควรจะคู่กับใคร

 

สัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างที่หนังสือ 'สุดฤทธิ์สุดเดท' ของเธอกำลังจะวางแผง.. 'จุดประกาย' ขอให้เธอพักคันศร เพื่อพูดคุย กับความหมายข้างๆ ของ 'แม่สื่อ' ซึ่ง member หลายคนเป็นลูกค้าระดับ premium

 

แต่จะ premium หรือ standard จะพิเศษหรือธรรมดา เรื่องรักๆ ใคร่ๆ เป็นเรื่องที่ 'น่าเห็นอกเห็นใจ' และ 'ไม่เข้าใครออกใคร' เราจะขอเข้าเรื่อง ที่ 'ไม่เข้าใครออกใคร' ถัดจากบรรทัดนี้... ..........................

 

1.Matchmaker นี่ มีโครงสร้างการทำงานเดียวกับ wedding planer หรือ party planner หรือเปล่า

มันคงมีหลักการทำงานที่คล้ายคลึงกันตรงที่ มีการวางแผนล่วงหน้าว่า คนที่มาเจอกันจะเข้ากันได้ไหม บรรยากาศของสถานที่จะเป็นตัวส่งเสริมการสนทนาหรือไม่ เช่น เสียงในสถานที่นั้นจะดังจนต้องตะโกนคุยกันหรือเปล่า?

 

2.ดูเหมือนจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับจิตใจคนเยอะ

เยอะค่ะ

 

3.อาชีพที่ว่านี้มันใหม่ในเอเชีย แต่ไม่ใหม่ในตะวันตกหรือเปล่า

อาชีพ matchmaker มีมานานแล้วค่ะ ทั้งในตะวันตกและเอเชีย แต่ในสมัยก่อนจะอยู่ในรูปของแม่สื่อตามชุมชน คอยคลุมถุงชนคนหนุ่มสาว ซึ่งวิธีนี้ก็คือวิธีโบราณของ matchmaker นั่นเอง

 

4.ถ้างั้น เมื่อถึงวันนี้ matchmaker ในศตวรรษที่ 21 จะแตกต่างอะไร

matchmaker ในศตวรรษนี้ แคร์ความรู้สึกของผู้คนมากขึ้นและใส่ใจเรื่องไลฟ์สไตล์ เพราะนี่ไม่ใช่การคลุมถุงชน และที่บางคนอาจจะยังไม่ทราบคือ นิกกี้ไม่ได้จับคู่ให้เฉพาะผู้ชายกับผู้หญิง นิกกี้ยังจับคู่ให้กับกลุ่มคนที่ต้องการหาคู่ที่เป็นเพศเดียวกันอีกด้วย แต่เป็นส่วนน้อย

 

5.พอเพศหญิงเก่งขึ้น ผู้หญิงมีบทบาทมากขึ้น งานของคุณยากขึ้นไหม

เพราะเขามีสิทธิจะเลือกเหมือนกัน งานของเรายังยึดหลักการเดิมคือเรื่องของไลฟ์สไตล์, ความรู้สึกและกิจกรรมเป็นหลัก ผู้หญิงจึงมีสิทธิเลือกเท่าเทียมกับผู้ชาย ไม่เหมือนแม่สื่อสมัยก่อนที่แค่จับคน 2 คนมาแต่งงานกันโดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายไม่ได้ร่วมตัดสินใจในการเลือกคู่ชีวิต

 

6.ยกตัวอย่างเรื่องไลฟ์สไตล์ของคนสองคนที่เข้ากันได้

เช่น เรื่องการดำน้ำ หรือชอบอ่านหนังสือ อย่างสมัยก่อนตอนจับคู่แบบคลุมถุงชุน นิกกี้ไม่คิดว่า แม่สื่อตอนนั้นจะต้องมาคิดว่า เอ๊ะ เขากับเธอจะชอบดำน้ำมั้ย สมัยก่อนพอแม่สื่อตามชุมชนเห็นว่า เหมาะสมก็จับคู่แต่งกัน

 

7.ถ้าอาชีพของ matchmaker บูมขึ้นมาในโลกสมัยใหม่ มันสะท้อนอะไรบ้าง ? คิวปิดไม่สบาย หรือรักแท้ได้ตายไปแล้ว

อย่างหนึ่งเลยที่นิกกี้รู้สึกคือ ความไม่ปลอดภัยที่มีมากขึ้นในสังคมยุคนี้ เช่น การรู้จักกันในอินเทอร์เน็ต ซึ่งต้องตรวจสอบกันเอาเองว่า คนที่เรารู้จักจะเป็นอย่างไร หรือในยุคก่อน แม่สื่อเขายังรู้ว่าในชุมชนนั้น ลูกของบ้านนั้นบ้านนี้เป็นอย่างไร แม่สื่อก็อาจจะจับคู่ได้ แต่ในอินเทอร์เน็ต คนต้องเดากันเอาเอง พอมาถึง matchmaker มันเหมือนเข้ามาช่วยตรงจุดนี้ ทำให้เกิดความนิยมมากในหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์และเกาหลี

 

8. การที่คนนิยมเข้ามาใช้บริการมากขึ้นนั้น มีเหตุผลที่ไม่เกี่ยวกับความรักมั้ย เช่น เรื่องราวทางสังคมอื่นๆ (เศรษฐกิจตก คนหย่าร้าง วินาศกรรมฯ)

นิกกี้คิดว่ามีนะ อย่างเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ หรือสภาพสังคมที่แย่ลง คนก็ต้องการที่พึ่งทางใจมากขึ้น ผู้หญิงอาจจะต้องการคนที่มีฐานะมั่นคงหน่อย ในขณะที่ฝ่ายชายเองก็อยากได้ใครสักคนมาข้างเคียงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

 

9.เมื่อกี้บอกว่าที่เกาหลี สิงคโปร์นิยม และตอนนี้ก็บ้านเราที่ดูจะมากขึ้นเรื่อยๆ พื้นฐานที่เป็นสังคมอนุรักษ์นิยม ทำให้คนเสี่ยงใช้บริการแบบนี้หรือ

จริงๆ คนเกาหลีเหมือนคนไทยเลยนะคะ เรียบร้อย ขี้กลัว แต่เราจะเห็นว่าเรื่องแบบนี้เป็น เรื่องธรรมดา ในสังคมของเขาเลยนะ เคยดูซีรีส์เกาหลีมั้ย มันจะมีเรื่องราวแบบนี้อยู่ มีการไปดูตัว อย่างในจีน แม่สื่อก็เยอะ อินเดียก็เยอะ อย่างในสิงคโปร์ รัฐบาลของเขา สนับสนุนอย่างมาก อาจจะเพราะว่าคนของเขาน้อย แต่รัฐบาลเขาไม่สนับสนุนให้คนของเขาแต่งงานกับคนต่างชาตินะ

 

10.แต่ทำไมระยะหลังๆ คนสิงคโปร์แต่งงานกับคนต่างชาติเยอะขึ้น

มันเป็นแบบนี้ (เธอหยิบกระดาษมาขีดเขียนให้เข้าใจ ซึ่งสรุปได้ดังนี้ ผู้หญิงที่เรียนสูง ฐานะดีกับผู้ชายที่ไม่ได้มีการศึกษา จะเป็นสองกลุ่มที่มีคู่ยาก เพราะฝ่ายหญิงก็ไม่มองผู้ชายที่ต่ำต้อยกว่า ขณะที่ฝ่ายหญิงที่ฐานะทางสังคมอยู่แล้วก็ยากจะเจอผู้ชายที่สูงกว่าผลเลยออกมาว่า ฝ่ายชายไปแต่งงานกับคนเวียดนามซึ่งมีฐานะต่ำกว่า และฝ่ายหญิงก็ไปแต่งงานกับชาวต่างชาติที่มีฐานะไล่เลี่ยกัน เธอบอกว่าสังคมไทยก็คล้ายๆ กันอยู่ ถือเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง)

 

11.ทฤษฎีนี้มีโอกาสสวิงกลับ สลับขั้วมั้ย

มี ผู้หญิงเขาคงไม่ได้ดูแค่ฐานะหรือการศึกษา รวมทั้งหน้าตาของผู้ชายหรอก ถ้าผู้ชายคนนั้นเก่ง มีความสามารถมาก หรือประสบความสำเร็จในชีวิต ผู้หญิงก็สนใจนะ เพราะผู้ชายที่เก่ง มันแสดงให้เห็นได้ว่าเขามีคุณสมบัติบางอย่างที่จะอยู่ด้วยได้ เป็นพ่อที่ดีของลูกได้มั้ย เป็นที่พึ่งของเราได้มั้ย

 

12. ถามได้มั้ยว่า member ของคุณ หนุ่มๆ สาวๆ ที่เข้ามาสมัคร มีอายุเท่าไหร่

ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีอายุ 28 ปีขึ้นไป ส่วนผู้ชายจะอยู่ที่ 33 ปีขึ้นไป

 

13.หมายความว่าผู้ชายสมัยใหม่นี่ จีบสาวไม่เป็นเหรอ

ไม่หรอกค่ะ นิกกี้เชื่อว่ามันเป็นทางเลือกหนึ่งมากกว่า เขาอาจจะมีแฟนมาแล้วไม่เวิร์ค ที่เพื่อนเคยแนะนำ ก็ไม่ใช่ เลยลองดู

 

14.คุณมีวิธีคิดคู่เดทอะไรบ้างที่อยากจะอธิบายให้ฟัง

ยกตัวอย่างเช่น ผู้หญิงบางคนอาจจะชอบผู้ชายในสไตล์ bad boy เธอก็จะเลือกคบคนแบบนี้ซ้ำๆ ไม่เปลี่ยน โอเค อาจจะมีความตื่นเต้นที่ได้เอาชนะผู้ชายแบบนี้ แต่เมื่อท้ายที่สุดมันไม่เวิร์ค เราก็จะลองแนะนำเธอว่า ลองเปิดใจคบผู้ชายแบบอื่นดีมั้ย ซึ่งแบบอื่นอาจจะเวิร์คสำหรับเธอก็ได้ แต่ผู้หญิงแบบนี้จะต้องเปิดใจกว้างรับนะ ถ้าไม่เปิดใจก็ไม่เวิร์ค เวลาเราเจอใครอย่าเพิ่งไปติติง อ้วนไปผอมไป เพราะมันมีแค่ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ดีมาก

 

15. ดีมากหรือ 5 เปอร์เซ็นต์นี่ ลองยกตัวอย่างให้เห็นหน่อยสิ

แบรด พิทท์ คุณพอล หรือคุณฟลุค เกริกพล (แกล้งหยอกว่า แล้วคนสัมภาษณ์ล่ะ เธอตีหน้าเศร้ามาก ซึ่งพอจะเข้าใจทุกอย่างได้หมด)

 

16.ถ้ามีคนบอกว่า การมีคนมาจับคู่ให้ มันไม่โรแมนติคล่ะ เพราะไม่ได้จีบเอง

ความโรแมนติกมันสร้างได้ในภายหลัง มันเป็นสิ่งที่คน 2 คนสามารถร่วมสร้างไปด้วยกัน เพราะถ้าเขาไม่มีความรู้สึกร่วมด้วย ต่อให้คุณโรแมนติกแค่ไหน มันก็ไม่ใช่

 

17. แล้วมีเรื่องโรแมนติกของ member มั้ย

มีอยู่คู่หนึ่ง เกิดวันเดียวกัน ปีเดียวกัน เดือนเดียวกัน และเรียนรุ่นเดียวกัน คณะเดียวกัน อยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่มหาวิทยาลัยมันใหญ่มาก ก่อนหน้านั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้คุยกัน (เธอเล่าเรื่องนี้ด้วยสีหน้าที่เปี่ยมสุข) ที่รู้เพราะว่าทั้งสองคนมาคบกัน และตกลงกันว่าจะจริงจังในการคบหากัน

 

18.แบบนี้ถ้าผมเป็นขอทานใต้สะพานลอย แต่เกิดวันเดียวเดือนเดียวปีเดียวกับ จอน จีฮุน ก็มีโอกาสมั้ย

คือจากเคสเมื่อกี้ นิกกี้รู้อย่างหนึ่งว่า บางทีคนที่เราจะอยู่ด้วย เป็นคนใกล้ตัวเรานี่เอง แต่เราไม่มอง คนไทยนี่เป็นโสดเยอะนะ (เธอเน้นเสียง)

 

19.ตอนทำอาชีพนี้ใหม่ๆ ในบ้านเรา มันยากมั้ย ที่คนจะเข้าใจงานแบบนี้

โอ๊ย ที่บ้านยังไม่เข้าใจเลย เขายังถามว่าจะดีเหรอ

 

20. เริ่มต้นอย่างไร มันไม่น่าจะง่าย

ต้องมีการเตรียมพร้อมเรื่องต่างๆ และคิดว่าจะทำให้คนอื่นรู้ได้อย่างไร อย่างเช่น นิกกี้ต้องมีฐานข้อมูลก่อน พอมีฐานข้อมูลสัก 50 คน ที่มีความแตกต่างกัน และเริ่มทำงาน แต่หลังจากนั้นไม่นาน นิกกี้รู้สึกว่า เราน่าจะไปเรียนต่อด้านนี้เลย เพื่อให้มีความรู้มากขึ้น เลยไปเรียนต่อที่สิงคโปร์ มันเป็น matchmaking Institute ตอนเรียนต้องลองของจริง แก้ปัญหาจริง เจอปัญหาแบบนี้จะช่วยยังไง ให้เขา ประสบความสำเร็จ มากขึ้น

 

21. ผมไม่ได้ว่าผู้หญิงนะ แต่อยากจะถามว่า ถ้าเราเปิดใจกว้างกัน คุณคิดว่าผู้หญิงไทยมีจุดอ่อนตรงไหนในการเดท

นิกกี้คิดว่า ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่แต่งหน้าไม่เป็น นิกกี้ก็ด้วยนะ นิกกี้ก็แต่งหน้าไม่เป็น จากตรงนี้ เราก็จ้างเมคอัพ สไตลิสต์เข้ามา เพราะนิกกี้เชื่อว่า การแต่งหน้าเป็นการช่วยให้ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้นะ มันมีส่วนช่วย

 

22. อธิบายความหมายของการแต่งหน้าเป็นหน่อย

แต่งแล้วดูเป็นธรรมชาติ (natural) มาก

 

23.ผู้หญิงช่วยแนะนำเรื่องการแต่งหน้า แล้ว member ที่เป็นผู้ชาย ช่วยแนะนำเขาเรื่องอะไร

บางคนไม่เคย ก็มีอาการสั่นนิดหน่อย เราจะช่วยบอกเขาว่า ควรจะวางตัวอย่างไร คุยเรื่องอะไร คำถามเปิด คำถามปิด การเชื่อมความสัมพันธ์ต่อ ทำอย่างไร

 

24. อาชีพแบบนี้ใช้ความรู้สึก (sense) หรือสัญชาตญาณ (instinct) มากกว่ากัน

ครึ่งๆ ค่ะ ใช้ทั้งคู่ แต่ต้องไม่ลืมที่จะใช้เหตุผลด้วย การเรียนด้านวิทยาศาสตร์ เลยยิ่งช่วยนิกกี้ได้มาก

 

25. แล้วคุณจะรู้ได้อย่างไรว่า คนสองคนไหนจะไปด้วยกันได้

มันต้องมีการตระเตรียมค่ะ เช่น คนที่มาสมัคร เราก็ต้องเชิญมาคุย และคุยนานนะ ดูหลายอย่าง ทัศนคติเขา หน้าที่การงานเขา ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เคยมีแฟนมามั้ย ล้มเหลวในความรักเพราะอะไร ชอบคนแบบไหน ถ้าเป็นผู้ชาย การมองเรื่องงานจะมีส่วนมาก บางทีเขายังไม่ประสบความสำเร็จเรื่องงาน มันก็ยากจะไปมีในความรัก เพราะว่าผู้ชายจะต้องประสบความสำเร็จในงานก่อน ถึงจะกลับมามองเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะต่างไปจากผู้หญิง

 

26. เคยมี 'ปิ๊ง' เลยมั้ย หลังจากคุยกับลูกค้าไม่นาน

มี (เน้นเสียง) รู้สึกเลยว่า น่าจะคู่กับคนนั้นคนนี้

 

27.คนฝรั่งเศสเขาเชื่อว่า คู่ชีวิตต้องมี 3-4 อย่างที่ใกล้กัน ฐานะ การศึกษา ทัศนคติ และการใช้ชีวิต คุณเชื่อแง่มุมนี้แค่ไหน

โธ่ คนตั้งร้อยพ่อพันแม่ แตกต่างกันมากมาย การจะอยู่ด้วยกันโดยไม่ทะเลาะกันเลย นิกกี้ว่าไม่มีหรอกต่อให้มีฐานะ การศึกษา ทัศนคติและการใช้ชีวิตเหมือนกันก็ตาม คนในครอบครัว บางทียังมองอะไรไม่เหมือนกันเลย แต่สิ่งหนึ่งที่นิกกี้เชื่อก็คือ คนที่จะอยู่ด้วยกันได้นั้น ต้องมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน ถ้ามองชีวิตไปคนละอย่าง มันก็ยากที่จะไปด้วยกันได้ มันต้องคิดไปทางเดียวกันเป็นหลัก

 

28.งั้นผมยกตัวอย่างเล่นๆ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นี่ไม่น่าจะไปด้วยกันรอดกับคุณลีน่า จัง มั้ย

เอาแบบนี้ดีกว่า คุณอภิสิทธิ์กับลิเดีย คุณว่าเหมาะกันมั้ย ความต้องการในชีวิต เขาก็ไม่เหมือนกันแล้ว นิกกี้ไม่ได้บอกว่าใครถูกผิดนะ แต่เรามองความต้องการของชีวิต

 

29. เดวิด เบ็คแฮม กับ วิคตอเรีย ล่ะ

เป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก วิคตอเรียส่งเสริมให้ เบ็คแฮม ดัง แล้ว เบ็คแฮมชอบด้วย มันเลยเวิร์คมาก นี่ถ้า เบ็คแฮม ร้องเพลงได้ จะดีกว่านี้อีก

 

30.มีแง่มุมอะไรอีกที่คนไม่รู้ และคุณสามารถแนะนำได้

ผู้ชายไม่ควร 'สวย' กว่าผู้หญิง

 

31. ไม่ควร 'สวย' กว่าผู้หญิง ?

ใช่ คำว่าสวยกว่า คือดูดีกว่าผู้หญิงมาก เพราะโอกาสจะเกิดการนอกใจมันมีมาก

 

32. ขออนุญาตยกตัวอย่าง โดยไม่มีเจตนาร้ายนะ ตอนคุณฟลุค เกริกพล แต่งกับคุณโบว์ นั้น คุณคิดว่าอย่างไรในใจตอนนั้น

ก็คิดว่าไม่น่าจะเวิร์ค นี่รู้สึกตั้งแต่ตอนเขาคบกันแล้วนะ เพราะฝ่ายชายสวยกว่า (หล่อกว่า ดูดีมากกว่า) ฝ่ายหญิง ทั้งที่ฝ่ายหญิงเองก็ดูดีนะ อีกตัวอย่างหนึ่ง ตอนที่ แบรด พิตต์ คบกับ เจนนิเฟอร์ อนิสตัน นิกกี้ก็ยอมรับนะว่า คิดว่าคู่นี้คงไม่รอด เพราะแบรด พิทท์ 'สวย' มากกว่ามาก

 

33.งั้น ทำไม แองเจลีน่า โจลี ถึงเอาอยู่

โห แองเจลีน่า นี่เพอร์เฟคเลยนะ มากด้วย (เน้นเสียง) แล้วต่อมา เจนนิเฟอร์ ไปคบกับผู้ชายธรรมดาก็ไปกันได้

 

34. มาช่า กับ ดีเจกฤษณ์ล่ะ

นิกกี้ขอโทษที นิกกี้ไม่รู้จักฝ่ายชายมาก นึกหน้าตาไม่ออก (เธอยิ้มเขินๆ)

 

35.แจ๊คกับโรสใน Titanic ล่ะ

โห พี่ นี่ไปถึงนู่นเลยหรือ มันหนังน่ะ (เราอำว่า โรส สวยกว่า แจ๊คมาก ตัวใหญ่กว่า เลยทำให้เรือล่ม)

 

36.เคยมีลูกค้าหรือ member ที่เคยใช้บริการแล้วไม่ใช่ แต่ขอกลับมาใช้บริการอีกมั้ย

มี บางทีมันเป็นแบบนี้นะคะ มันมีปัจจัยที่ทำให้ไม่เวิร์คเหมือนกัน เช่นใจร้อน ไม่ใช่สเปคก็ไม่เอาแล้ว บางทีเครียดมาจากชีวิตประจำวัน บางคนก็ใจเร็ว เลิกเร็ว ความอดทนน้อยลง

 

37. การจับคนสองคนมารู้จักกัน วัยของเขามีผลต่อระยะเวลาเดทแค่ไหน

ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้หญิงที่อายุมากกว่า 30 ถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ เขาจะตัดได้ทันที เขาจะไม่เสียเวลาเพราะเวลาเขาเหลือน้อย ตรงนี้มันเป็นการไปกดดันผู้ชายเหมือนกันนะ

 

38. ติดใจเรื่องที่ตอบตอนต้นว่า ผู้ชายจะประสบความสำเร็จเรื่องงานก่อน ถึงจะมองเรื่องความรัก การแต่งงาน

นิกกี้เชื่อนะ เคยได้ยินมั้ยที่เขาบอกว่า ผู้ชายทำอะไรทีละอย่าง แต่ผู้หญิงทำอะไรได้ทีละหลายๆ อย่าง มันหมายความว่า ผู้ชายต้องทำสิ่งหนึ่งให้ประสบความสำเร็จก่อน เขาถึงคิดถึงสิ่งต่อไป แต่ผู้หญิง ไม่ต้องประสบความสำเร็จเรื่องงาน เขาก็สามารถแต่งงานได้

 

39. คนที่มาใช้บริการจะรู้ได้จากทางไหนว่า คู่ของเราชอบเราไม่ชอบเรา พึงพอใจเราแค่ไหน

เราจะคุยกับ member เราหลังจากการเดทผ่านไป บางทีเขาก็รู้กันเองแล้วว่า เวิร์คไม่เวิร์ค แต่ก็มีนะ บางทีผู้ชายชอบผู้หญิงมาก ก็โทรมาถามว่า เขาชอบผมมั้ย ผมจะได้จีบต่อ (หัวเราะ) นิกกี้ก็บอกว่า ชอบค่ะ รีบจีบต่อเลย (หัวเราะดังลั่น ขำในวีรกรรมตัวเอง)

 

40. มีเคสที่โรแมนติกมั้ย ความบังเอิญหรือไม่น่าเชื่อ

มีอยู่คู่หนึ่ง บ้านอยู่ตรงกันข้ามกัน เคยเห็นหน้ากันแต่ไม่เคยคุยกัน ตอนหลังย้ายบ้านไป ก็ย้ายไปอยู่ตรงกันข้ามกันอีก แล้วก็ไปเจอกันในงานอื่นๆ ก็ไม่คุยกัน แต่เชื่อมั้ยว่า สองคนนี้มาสมัครใช้บริการ และพอเรา match ปุ๊บเขาสองคนคุยกันครั้งแรก 5 ชั่วโมง

 

41. ผู้ชายนี่อายุสักเท่าไหร่ ถึงมาใช้บริการ

22 จนถึงเกษียณเลย ส่วนผู้หญิง อายุ 28 ขึ้นไป แต่ผู้หญิงนี่ ถ้าเข้ามาเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งดีนะคะ ดีกับตัวเขาเอง (หัวเราะ)

 

42. เกย์ ทอมดี้ และผู้ฉิงล่ะ

มีหมดแหละค่ะ เกย์ก็ประปราย

 

43. พวกเกย์ นี่ เขามีข้อต้องห้ามอะไร ในการเลือกคู่

เกย์จะมีหลายดีกรี แต่หลักๆ เขาขอไม่เอาพวกแจ๋นๆ เปรี้ยวๆ ออกหน้าออกตา

 

44.ทอมดี้ล่ะ ทอมต้องเดินอาดๆ เชิดหน้าป่าว

ทอมดี้ไม่ค่อยมีค่ะ

 

45.โดยเฉลี่ยแล้ว คู่เดทจะรู้ว่าเวิร์คหรือไม่เวิร์ค ใช้เวลาเท่าไหร่ เราถึงจะปล่อยมือให้เขาสองคน ดูแลกันเอง

เราจะเริ่มปล่อยมือ เมื่อเขาบอกว่าจะเริ่มสานต่อความสัมพันธ์กันแล้ว แต่เราก็จะบอกเขาว่า ถ้ามีอะไรปรึกษา ติดต่อมาได้นะ เราจะไม่ลงเรื่องรายละเอียดในการคบกันของเขา

 

46.คำถามสุดท้าย หลายคนคงสงสัยว่า ค่าบริการคงแพงมาก

นิกกี้ว่าถูกนะ สำหรับ (เธอครุ่นคิด) ..สำหรับคนสำคัญที่สุดในชีวิตคุณ