เคล็ดลับบริหารการเงิน…ให้ความรักลงตัว

ก่อนแต่งงาน เราอาจต่างคนต่างใช้เงินของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องวางแผนสำหรับอนาคตชีวิตคู่อะไรมากมาย แต่หลังจากที่เราหาคู่หาแฟนหาคนใช้ชีวิตร่วมกันจนถึงขั้นแต่งงานได้แล้วนั้น การเงินที่เคยใช้จ่ายคนเดียว ก็ต้องมีการปรับพฤติกรรมเพื่อให้ลงตัวกันมากขึ้น ลองมาดูกันดีกว่าว่า เราจะมีวิธีการบริหารจัดการเรื่องการเงินสำหรับคู่ชีวิตที่มาเป็นชีวิตคู่อย่างไร เพื่อให้ความรักราบรื่นไม่มีปัญหาให้ระคายเคืองใจในภายหลัง ไปดูกันเลยดีกว่า……..

บอกเรื่องพฤติกรรมใช้เงินของแต่ละคน หลายคน ทั้งผู้หญิงและผู้ชายมักปิดบังค่าใช้จ่ายต่อรู้รักของตนเอง โดยเฉพาะการนำเงินไปซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย แต่เป็นที่เข้าใจกันได้ว่า แต่ละคนมีไลฟ์สไตล์ รสนิยมแตกต่างกัน เรื่องการใช้จ่ายย่อมไม่เหมือนกัน ดังนั้น ควรหันหน้าเข้าหากันและแลกเปลี่ยน เปิดอกคุยกันเรื่องนิสัยการใช้จ่ายของตนให้อีกฝ่ายได้รับรู้ และควรคุยกันตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่คบกัน เพราะเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกได้ง่าย ควรบอกรายได้ที่แท้จริง ร่ายจ่าย เงินเก็บ วงเงินบัตรเครดิต และหนี้สินส่วนตัว รวมไปถึงความใฝ่ฝันว่าจะลงทุนทำธุรกิจอะไรในอนาคต เพื่อให้อีกฝ่ายได้รับรู้ข้อมูลอย่างชัดเจน

บัญชีกลาง ควรเปิดบัญชีร่วมกันไว้หนึ่งบัญชี เพื่อให้เป้นแหล่งออมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการเป็นคู่ชีวิต ทั้งนี้ เป็นการเก็บออมเพื่อการใช้จ่ายทุกอย่าง ทั้งการลงทุน การใช้จ่ายทรัพย์สินบางอย่าง การใช้หนี้ที่คิดว่าจะรับผิดชอบร่วมกัน แต่ก่อนบัญชีควรคุยกันให้แน่นอนว่า เป้าหมายของบัญชีร่วมกันฉบับนี้ เปิดขึ้นเพื่อเหตุผลใด และที่ห้ามมองข้ามคือ ให้ตัดสินใจว่าจะใช้ชื่อร่วมกัน หรือชื่อของผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเจ้าของบัญชี เนื่องจากจะมีผลเมื่อต้องทำธุรกรรมต่าง ๆ มีแผนสำรอง สิ่งต่าง ๆ ล้วนไม่แน่นอน ดังนั้น คู่รักควรวางแผนเพื่อแก้ปัญหาในอนาคต ที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งการมีบุตรร่วมกัน การหย่าร้าง อุบัติเหตุฉุกเฉิน สิ่งเหล่านี้หากวางแผนไว้ล่วงหน้า ถือว่าดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท เพราะหากเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมา จะได้รับมือกับสิ่งเหล่านั้นได้ทันท่วงที

แบ่งกันจ่าย ปัจจุบันชายหญิงล้วนออกไปทำงาน เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูแลครอบครัวของตนเอง บางคู่ฝ่ายชายอาจมีรายได้สูงกว่า แต่บางครั้งฝ่ายหญิงก็มีรายได้มากกว่า แต่สำหรับค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ควรมีการเจรจากันอย่างจริงจัง ควรช่วยแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีรายได้มากกว่า จะต้องรับผิดชอบมากกว่า กฎข้อนี้คือร่วมกันแบ่งเบาภาระด้วยความเข้าใจ จะเห็นได้ว่าเรื่องการเงินสำหรับชีวิตคู่ไม่ใช้เรื่องยาก ที่สำคัญเลยคือต้องคุยกันให้เข้าใจ ช่วยกันแบ่งเบาภาระต่างๆ ไม่ใช่โยนให้เป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง เพราะในเมื่อตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว ก็ต้องก้าวไปด้วยกัน และทำทุกอย่างให้ชีวิตคู่ราบรื่นและมีความสุขมากที่สุด


Recent Posts