เปิดใจอีกนิด เพิ่มความสนิทชิดเชื้อ

By
In Blog

บางครั้งคุณอาจจะมีรสนิยมหรือความชื่นชอบความสัมพันธ์แบบ cozy อบอุ่นๆ แต่ครั้นจะไปกอดก่ายรัดรึงกับคู่เดทให้เกินงาม ก็ดูจะน่าเกลียดเกินไปหน่อย (ยกเว้นออกเดทกันบ่อยและนานพอสมควรแล้ว) หรือถ้าจะปล่อยให้ความกระหายในไอรักมันคุกรุ่นอยู่อย่างนั้น เดี๋ยวไฟในความสัมพันธ์มันจะมอดหรือเฉาไปเสียก่อน เพราะบางครั้งคนเราก็ต้องการความอบอุ่นในใจ จนแทบจะยอมจ่ายให้คนแปลกหน้ามานอนกอดเลยทีเดียว.… งั้นเอาอย่างนี้ เราจะกระซิบบอกเคล็ดลับให้ก็แล้วกันว่า ความอบอุ่นที่คุณโหยหานั้น มันไม่จำเป็นต้องกอดกันเสมอไป ขอเพียงใช้ ‘หัวใจ’ อย่างถูกวิธี เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ ‘ฟิน’ สมใจนึกแล้ว

ยอมรับด้านที่อ่อนไหว

ในความสัมพันธ์ของชายหญิงทั่วๆไป ผู้ชายมักจะสร้างฉากหน้าขึ้นมา มันอาจไม่ใช่ ‘หน้ากาก’ ที่พระเอกใช้ซ่อนความร้ายกาจเอาไว้อย่างในละครหลังข่าว หากแต่เป็นความอ่อนไหวที่ไม่อยากให้ใครรู้หรือเห็น อันเป็นวิถีที่ผู้ชายส่วนใหญ่ได้รับสืบทอดมาจากพ่อหรือผู้ใหญ่ในครอบครัว ดังนั้น การที่จะให้แสดงออกถึงอารมณ์ที่โศกซึ้งหรือแนบคลึงโรแมนติกแบบที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เป็นกันนั้น มันยากสำหรับเขา คุณจึงควรที่จะทำตัวเป็นผู้รับฟังปัญหาที่ดี ไม่ตัดสินเขา ให้เขาได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ ผ่านไปไม่นานเขาก็จะเริ่มวางใจและกล้าแสดงอารมณ์อ่อนไหว รวมถึงยอมเปิดใจเล่าเกี่ยวกับตัวตนของเขาให้คุณฟังทั้งคืน ตื่นอยู่ท่ามกลางความอบอุ่นเลย แต่อย่าเพิ่งเบื่อเสียก่อนล่ะ อ้อ! ลืมบอกไป สำหรับคุณผู้ชายทั้งหลาย ก็สามารถนำวิธีที่กล่าวมา ไปใช้กับคู่เดทหรือคู่รักของคุณ ซึ่งอาจจะเป็นผู้หญิงแข็งๆ หรือเป็นประเภทชอบสร้างภาพว่าเข้มแข็งดูก็ได้นะครับ รับรองว่าเมื่อได้เห็นพฤติกรรมด้านที่อ่อนไหวของพวกเธอ จะทำเอาคุณแปลกใจไปเลยล่ะ!

แกล้งทำเป็นเฉยบ้าง

จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อให้เขาหมั่นไส้ หรือเพื่อทำเป็นเล่นตัว แต่บางครั้งการแกล้งงอนหรือเฉยแบบไร้สาเหตุ เรียกว่าอยู่ดีๆคุณก็ ‘นิ่งผิดปกติ’ ขึ้นมา มักจะทำให้เกิดปฏิกริยาจากแฟนหรือคู่รักของคุณ คือการที่พวกเขาอาจจะพยายามไถ่ถามถึงสาเหตุว่าคุณมีอะไรเก็บงำไว้, มีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า หรือคำถามใดๆก็ตาม ด้วยความฉงน บางคนอาจจะถึงกับเข้ามากอดมาขยำนวดคุณแบบขี้เล่น เพื่อให้คลายความอึดอัดที่เกิดขึ้น….. เมื่อนั้นคุณก็สามารถเลิกเล่นบทโศก และเปลี่ยนมาใช้จังหวะนี้ในการเปิดใจพูดเรื่องความรู้สึกและความสัมพันธ์ของคุณกับเขา (หรือเธอ) ได้อย่างกุ๊กกิ๊กกระหนุงกระหนิง และคลอเคลียกันจนน่าอิจฉาแล้ว! ที่ต้องระวังก็คือ การเล่นบท ‘จ่าเฉย’ นี้ ต้องรู้เวลากาละเทศะด้วยนะครับ หาโอกาสตอนสถานการณ์ปกติแล้วค่อยเล่น ที่สำคัญการทำเฉยนั้น ต่างกับการเฉยชาหรือเฉยเมยต่อคนรักนะครับ หากเขาหรือเธอกำลังมีปัญหากลุ้มใจ อย่าไปเฉยใส่เข้าล่ะ เดี๋ยวจะผิดคาดซะงั้น

ถึงไหนถึงกัน

โดยปกติแล้ว การที่คนเราจะเปิดใจให้ใครได้เต็มที่ แบบไม่มีกำแพงทางจิตมาขวางกั้น จิตใต้สำนึกของเขาหรือเธอจะต้องสัมผัสได้ว่าคนๆนั้นเริ่มเป็นส่วนหนึ่ง หรือเป็นเสมือนสมาชิกในครอบครัวคนหนึ่งแล้ว ลักษณะอย่างหนึ่งของคนในครอบครัวที่ดีก็คือ จะคอยสนับสนุนการกระทำทุกอย่าง (ที่ไม่เลวร้าย) โดยไม่วิพากษ์วิจารณ์ถึงผลลัพธ์หรือผลลบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมจะเคียงข้างเขาหรือเธอเสมอ หากคุณสามารถทำแบบนั้นได้ (ไม่ยากหรอก หากคุณรักจริง) ก็จะใช้เวลาไม่นานนัก ก่อนที่เขาหรือเธอจะกลายร่างจากสิงโตผู้องอาจ กลายเป็นแมวน้อยขนฟูที่ขาดคุณไม่ได้


Recent Posts