เมื่อรัก “พัง” เพราะ “งาน”

มนุษย์ทุกคนล้วนต้องทำงานแลกเงินแต่จะทำอย่างไรหากคู่รักทำงานมาก งานเยอะ จนไม่มีเวลาให้กัน คิดไหมว่าความสัมพันธ์จะสั่นคลอน รักหวานจืดจางแค่ไหน และหากคุณเป็นผู้หญิงทำงานด้วยแล้ว แถมยังทำงานหนักกว่าชายคนรัก ความรักที่มีอยู่ตอนนี้จะเดินหน้า อยู่กับที่ หรือถอยหลัง?

เรื่องงานมีผลอย่างมากในความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะในรูปแบบ กับคนในครอบครัว คนรัก และเพื่อน เนื่องจากเวลาในชีวิตคนเรามีเท่ากัน การจะแบ่งความสำคัญให้ได้เท่าเดิมเป็นเรื่องยากหากชีวิตต้องใส่ใจกับงาน เนื่องจากงานที่กินเวลาชีวิตเข้าไปแล้ว ทำให้ไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่กันเพราะเอาเวลาทุ่มให้กับงาน แถมความเครียดจากงานมีผลอย่างมากที่อารมณ์สะสมจะถูกปล่อยผิดที่ผิดทาง พาลให้หงุดหงิดใส่คนที่รักได้ง่ายขึ้น

ปัญหาเรื่องงานที่มาบั่นทอนความรัก มีด้วยกัน 3 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ -งานยุ่งจนไม่มีเวลาให้กัน -งานหนักงานเครียดแล้วกลับมาหงุดหงิดหาเรื่องทะเลาะกัน -สุดท้ายคือการงานของผู้หญิง เด่นกว่า ทำให้ผู้ชายยอมรับไม่ได้

1. งานยุ่งจนไม่มีเวลาให้กัน

ถ้าจะว่ากันไปแล้ว เหตุผลที่ว่างานยุ่ง ไม่มีเวลา ก็นับเป็นหนึ่งในคำแก้ตัวของคนทำงาน ที่จะนำมาปฏิเสธคู่รักของตนเองได้ ทุกคนได้เวลาในชีวิตมาเท่าเทียมกัน เพียงแต่ว่าใครจะฉลาดใช้กว่ากันเท่านั้น จริง ๆ แล้วคนที่รักกัน ไม่ว่าจะงานเยอะแค่ไหน ก็ต้องหาเวลามาให้กันจนได้ แม้ไม่ได้เจอ อย่างน้อยก็โทรศัพท์คุยกัน ส่งอีเมลถึงกัน ส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือ ก็ได้ ยิ่งยุคนี้โซเชี่ยลต่างๆนาๆมีเยอะมาก บางคู่ แฟนก้มกดโทรศัพท์มากกว่าคุยกับแฟนที่เดินอยู่ข้างๆซะอีก เรื่องนี้ก็ต้องระวัง เนื่องจากเรามักไม่รู้ตัวว่าเราหลงอยู่ในโลกโซเชี่ยลจนเวลาผ่านเลยไปนานเท่าไหร่ นี่แหละจุดที่ทำให้เราเสียเวลามากขึ้นไปอีก ปากก็พูดว่า งานเยอะ งานยุ่ง แต่ที่จริงหากคุณลดเวลาในโลกโซเชี่ยลลง คุณจะมีเวลาเหลือให้คนรอบกายอีกมาโชเชียวหล่ะ ลองสังเกตตัวเองดูนะ และที่สำคัญควรตระหนักด้วยว่า หากเราทำงานจนเหนื่อยตาย นายจ้างเขาก็หาคนอื่นมาทำแทนได้ แต่คนรักเนี่ยสิ ไม่ใช่ว่าจะหามาแทนกันได้ง่าย ๆ

2. เครียดจากการทำงาน จนมาทะเลาะกัน

ต้องรู้จักปล่อยวาง เมื่อมีปัญหา แก้ไขปัญหานั้นอย่างถึงที่สุดแล้ว ทำอย่างดีที่สุดแล้ว ก็จงยอมรับมัน ปัญหาอะไรที่ยังไม่เกิดก็ไม่ต้องไปทุกข์ล่วงหน้า และถ้าไม่จำเป็นไม่ควรเอางานกลับไปทำที่บ้าน เพราะเอาไปทำที่บ้านเงินเดือนก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นหรอกนะ แถมเสียสุขภาพ มันคุ้มกันหรือกับเงินที่ได้แล้วเอามาจ่ายค่ารักษาร่างกาย ควรมีสเปซของตัวเองได้พักผ่อนหย่อนใจ และหากคุณเข้าสู่วัยทำงานแบบเต็มตัว สิ่งที่ต้องฝึกและจำเป็นต้องมีอย่างยิ่งคือ “การสับสวิชต์” คือการตัดและเปลี่ยนโหมดทันที ไม่เอางานกลับบ้าน ไม่เอาเรื่องส่วนตัวไปปนกับงาน ไม่งั้นชีวิตจะมีแต่พังกับพัง ถ้าเราไม่รู้จักแบ่งเวลาและแยกแยะ

3. ฝ่ายชายรับไม่ได้ที่ฝ่ายหญิงการงานก้าวหน้ากว่า

อีโก้ของผู้ชายเป็นสิ่งที่อ่อนไหวที่สุดอย่างหนึ่ง การที่ฝ่ายหญิงมีงานดีกว่า มีเงินมากกว่า เป็นสิ่งที่เขาอาจจะยอมรับได้ยาก แต่ถ้าจะให้ฝ่ายหญิงเปลี่ยนงาน ลดเงินเดือนก็คงจะไม่เข้าท่า สิ่งที่ควรจะทำคือ ชื่นชมเขาในด้านอื่น ๆ ทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นคนเก่งสำหรับคุณ ในชีวิตนี้ มีอะไรอีกหลายเรื่องที่เขาเป็นฮีโร่ อะไรที่เป็นจุดด้อยก็อย่าไปเน้นย้ำ ผู้หญิงฉลาด คือ ผู้หญิงที่พูดในสิ่งที่ควรพูด แต่ถ้าผู้ชายคนนี้ เขามัวแต่หมกมุ่นและอิจฉาหน้าที่การงานของคุณไม่ยอมเลิกลา สงสัยต้องมาดูกันแล้วล่ะว่า เขาเหมาะที่จะเป็นคู่ชิวิตของคุณจริงๆหรอ?

บทความน่ารู้อื่นๆ
มุมมองความรักของผู้ชายและผู้หญิง ที่ต่างกันสุดขั้ว!
สาว 10 แบบนี้แหละที่หนุ่มๆ ชอบ
คุณสมบัติของคนที่คุณควรเลือกมาเป็นคู่ชีวิต

Recommended Posts

Leave a Comment