5 เหตุผลที่ใช้ตัดสินใจหากมีรักในที่ทำงาน

By
In Blog

รักแท้แพ้ใกล้ชิด สำหรับคนที่เคยมีความรักคงเข้าใจความรู้สึกนี้เป็นอย่างดี เชื่อมั้ยว่าคนเราใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าอยู่บ้านซะอีก แถมบางรายต้องเจอหน้าเจ้านายคุยกับเจ้านายมากกว่าพ่อแม่ด้วยซ้ำ

ดังนั้นแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อวันนึงมีน้องมาใหม่ มีนายมาใหม่ หรือเมื่อเราเปลี่ยนสังคมการทำงาน การพบคนที่ถูกใจเข้ามาไม่ใช่เรื่องแปลก แต่จะทำอย่างไรเมื่อทำงานไปด้วยหัวใจเต้นแรงไปด้วย มาดูกันว่าที่คุณเรียกว่าตกหลุมรัก โดยเฉพาะที่เกิดกับหนุ่มคนนั้น สาวคนนี้ ในออฟฟิส นี่เรียกว่ารักรึเปล่า นี่ฉันควรทำอย่างไร รักครั้งนี้มีโอกาสเป็นจริงมากแค่ไหน ไปดูกันค่ะ

ผลวิจัยจากเว็บไซต์ PayScale ทำการสำรวจกับพนักงานออฟฟิสจำนวน 42,000 คน

พบว่ามีเพียง 6% เท่านั้นที่ลงเอยด้วยการแต่งงานกับเพื่อนร่วมงาน

และ 15% ยอมรับว่าเคยศึกษาดูใจกับเพื่อนในบริษัทเดียวกัน

ส่วนกลุ่มที่อายุถึง 29 ปี มีจำนวนสูงถึง 84% ที่กล้าที่จะลองเปิดใจกับเพื่อร่วมงาน

และยังมีผลวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า “ที่ทำงาน” เป็นสถานที่ ที่ทำให้คู่รักพบกันได้ง่าย และมีโอกาสได้ศึกษานิสัยใจคอกัน ซึ่งทั้งหมดหากคุณกำลังหาตัวช่วยที่จะมาตัดสินรักในที่ทำงานครั้งนี้ของคุณ ว่าควรเริ่มดีหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบค่ะ

1. เพราะความรักสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว คุณอาจตื่นเต้นหวั่นไหวเมื่ออยู่ใกล้เขา โดยมากความหลงไหลมักเกิดขึ้นได้หากใกล้ชิดสนิทสนม ส่วนรักแท้ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ วิธีทดสอบคือถามตัวเอง ชั่งใจ ว่าคุณรู้จักเขาดีพอหรือยัง รู้จักมากแค่ไหน คุณรักเค้าเพราะอะไร บางครั้งต้องแยกเรื่องหน้าตา ความเก่งในการทำงาน หรือเขาอาจเป็นคนที่ป๊อปมากที่นี่ นั่นเพียงพอแล้วหรือที่ทำให้คุณรักเขาอย่างแท้จริง

 

2. ความรักเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ทุกชาติทุกภาษา ทุกเวลาทุกสถานที่ (แหม่ยาวจัง) แต่ “ชีวิตคู่” ที่แท้จริงต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมด้วย  ถ้าคุณชอบน้องที่เพิ่งเข้ามาใหม่ หรือแอบชอบเจ้านาย มันเหมาะสมแค่ไหนในความสัมพันธ์นี้ วางตัวอย่างไรในการทำงาน พึ่งระลึกถึงเรื่องนี้ด้วย ว่าความเหมาะสมในที่สาธารณะและเรื่องการทำงานจะไปในทิศทางใด ดีไม่ดีอาจะมีคนที่ต้องลาออกจากงานเพราะเหตุนี้ ก็คงไม่ดีแน่ๆ

 

3. อย่างที่รู้กันว่าบางบริษัทไม่มีนโยบายให้คู่สามีภรรยาทำงานในแผนกเดียวกัน หรือความรักในที่ทำงานไม่เหมาะสมจริงๆสำหรับคนที่แยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานออกจากกันไม่ได้อย่าชัดเจน ดังนั้นปัจจัยนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องคิดและวางแผน ถ้าบริษัทมีนโยบายแบบนี้เพราะเกรงจะเกิดความวุ่นวายในการทำงาน ก็ต้องระวังไว้ แต่เรื่องความรักมักส่งผลกระทบต่อชีวิตการทำงานเสมอน่ะแหละ อยู่ที่เราจะจัดการมันอย่างไรมากกว่า

 

4. ด้วยการใกล้ชิดในการทำงานอาจทำให้คุณหวั่นไหว แยกแยะได้ยาก ว่าเค้าก็ชอบคุณจริงๆ หรือดีไม่ดีอาจเป็นแค่หมากตัวนึงในการหว่านเสน่ห์ของเค้าก็ได้ อาจจะมีปัญหามือที่ห้าหกเจ็ดตามมา ดังนั้นหากคุณชอบเค้ามากๆเกินความเป็นจริงจนปั่นป่วน ให้ถอยออกมามองภาพในมุมกว้าง ว่ารักนี้เป็นไปในระดับไหน อย่าเข้าไปใกล้ชิดจนทำให้เรามองภาพได้แค่ในมุมแคบๆ ให้ติดต่อผ่านทางสื่อออนไลน์ หรืออีเมล์ในการทำงานแทน ไม่ต้องคุยกันซึ่งหน้าทุกครั้งหรือพบกันบ่อยเกินไป

 

5. ความใกล้ชิดทำให้หวั่นไหว การอยู่ใกล้ทำให้มีโอกาสได้ช่วยเหลือและศึกษากันก็จริง แต่องค์ประกอบอื่นของชีวิตคู่ก็มีแง่มุมอื่นอีกมากมาย ลองพิจารณาสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากการทำงาน เช่น ไลฟ์สไตล์ เป้าหมายชีวิต รสนิยม ทัศนคติด้านดื่นๆที่นอกจากเรื่องงาน มีความใกล้เคียงและเข้ากันได้กับคุณมากแต่ไหน คุณยอมรับเขาได้จริงหรือไม่ อย่าปล่อยให้ความหวั่นไหวจากความใกล้ชิดทำให้คุณรับทุกอย่างในตอนนี้ได้ เพราะชีวิตคู่และชีวิตรักที่แท้จริงมันหลังจากคบกันแล้วต่างหากล่ะ


Recent Posts