ขอบเขตอยู่ตรงไหน กับการจ่ายให้คู่เดท

By
In Blog

สุภาพบุรุษหลายๆท่าน อาจจะเคยรู้สึกสับสนกับค่านิยมของสังคมมาบ้าง เช่น การที่ต้องจ่ายค่าอาหาร หรือค่าตั๋วหนังเลี้ยงฝ่ายหญิงเมื่อออกเดท เพราะหากจ่ายมากไป จะเข้าข่ายเอาเงินไปล่อซื้อใจ ดูไร้ค่า แต่ถ้าจ่ายน้อยไปหรือไม่จ่ายเลย ทะเลก็เรียกพี่ หรือถูกตราหน้าว่าเขี้ยวลากดิน หาคู่หาแฟนเพื่อจะได้เป็นกาฝากบ้างล่ะ ฯลฯ ช่างเอาใจยากเหลือเกิน อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง ช่วงเริ่มต้นของการคบหาดูใจกัน ก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องมีเรื่องเงินๆทองๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งที่จริงแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับตัวเงินอย่างเดียว แต่ยังเป็นตัวบ่งบอกถึงทักษะการให้และรับ (Give & Take) อันจะมีผลต่อความมั่นคงของชีวิตคู่ต่อไปในอนาคตด้วย เรียกว่าพฤติกรรมของคุณในเรื่องนี้ จะเป็นทั้งการวัดใจและการดูใจไปในคราวเดียวกัน ดังนั้นต่อให้เป็นไฮโซรวยล้นฟ้าแค่ไหน ก็ควรที่จะต้องตระหนักไว้สักหน่อย ว่าจริงๆแล้วโอกาสและขอบเขตของการ ‘Pay’ มันอยู่ตรงไหนกันแน่ ของขวัญแนะนำตัว ข้อนี้จะมีหรือไม่มีก็ได้ครับ ไม่ได้เป็นธรรมเนียมภาคบังคับแต่อย่างใด แต่หากมีติดไม้ติดมือไปในวันที่เดทกันครั้งแรก ก็จะทำให้คะแนนของคุณเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว และระวังอย่าให้มันดูโอเว่อร์หรือแพงจนเกินไป ไม่งั้นจะเธอจะเข้าใจเจตนาผิดได้อย่างที่บอกไปแล้ว….ส่วนเธอจะซื้อของมาฝากคุณด้วยหรือไม่ ก็อย่าเผลอไปทวงเข้าล่ะครับ คะแนนจะกลายเป็นติดลบทันที เพราะเหมือนกับทำดีหวังผลยังไงยังงั้น แถมยังทำให้เธอรู้สึกเกร็งและประหม่าอีกด้วย ค่าอาหาร มื้อแรกเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงเสมอไป อย่างเช่น คุณต๋อง ผู้ใช้บริการรายหนึ่งของ Meetnlunch ซึ่งใช้วิธีแหวกแนว โดยลองนั่งเฉยในขณะที่พนักงานเสิร์ฟเอาบิลมาวางที่โต๊ะ เพื่อดูปฏิกิริยาของคู่เดท ผลปรากฏว่าสาวเจ้าเอื้อมมือไปหยิบบิลจ่ายค่าอาหารมื้อนั้นอย่างไม่ลังเล แถมยังพูดแกมหยอกว่า “…มื้อหน้า ตาคุณเลี้ยงนะคะ” ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินต่อไปอย่างหวานชื่น ด้วยการที่ฝ่ายชายได้ซึ้งแล้วว่า ผู้หญิงที่เขาเลือกมาออกเดทด้วยนั้น เป็นคนที่ไม่คิดเล็กคิดน้อยจุกจิก ตรงสเป๊กของเขาพอดี….สรุปคำแนะนำของเราคือ ในมื้อแรก หากคุณจะจ่าย ก็ขอให้จ่ายด้วยความยินดี หรือไม่ก็ลองให้ฝ่ายหญิงจ่ายไปก่อน ส่วนการจ่ายแบบแชร์หรือหารครึ่งนั้น ไว้ทำในเดทครั้งต่อๆไปจะดีกว่า เพื่อไม่ให้เดทแรกดูเป็นทางการจนเกินไป จ่ายเพื่อวันสำคัญ ข้อนี้หากเป็นวันสำคัญของใคร ฝ่ายตรงข้ามควรจะเป็นผู้ออกค่าของขวัญหรือค่ากินเลี้ยงให้ จะทำให้อีกฝ่ายซาบซึ้งกินใจไม่รู้ลืม เพราะลำพังแค่จดจำวันสำคัญของกันและกันได้ มันก็มีความหมายมากพออยู่แล้ว นี่ยังอุตส่าห์ซื้อช่วงเวลาแห่งความสุขให้ด้วย แบบนี้ย่อมรักตายเลย….ในทางตรงข้าม หากคุณหรือเธอจะต้องมาจ่ายเงินเพื่อให้ใครมาอวยพรวันเกิด (หรือวันรับปริญญา, วันได้งานใหม่ ฯลฯ) ความรู้สึกเช่นนั้นมันช่างหดหู่ยังไงก็ไม่รู้ จริงมั้ยล่ะครับ ดูหนัง/บันเทิง/ท่องเที่ยว/จิปาถะ เรื่องพรรค์นี้ควรผลัดๆกันออกครับ ไม่ว่าฐานะของคุณกับเธอจะต่างกันมากน้อยอย่างไรก็ตาม เพราะนอกจากจะไม่ต้องคอยกลุ้มใจว่าใครออกเงินมากกว่ากันแล้ว การผลัดกันออกเงินเพื่อความบันเทิง ยังเป็นพันธะทางใจเล็กๆน้อยๆที่สร้างขึ้นมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่ได้ดีอีกด้วย เพราะต้องเป็นคนรู้ใจเท่านั้น จึงจะรู้กันโดยไม่ต้องเอ่ยปากขอ นอกเหนือไปจากประเด็นที่กล่าวๆมาแล้ว คุณควรจะถนอมกระเป๋าตังของคุณไว้ อย่าจ่ายเอาๆพร่ำเพรื่อเพื่อปรนเปรอเธออย่างเดียว เพราะมันจะไม่เกี่ยวกับความรักแล้ว หากแต่เป็นเพียงตัวแทนของความรู้สึกหวาดหวั่น (Insecurity) ว่าคุณจะเสียเธอไป ทั้งๆที่บางที เธออาจยังไม่ได้ตกลงปลงใจเป็นของคุณเลยด้วยซ้ำ ซึ่งเธอก็จะรู้สึกได้ถึงความอ่อนแอของคุณด้วย จนทำให้เกิดความรู้สึกในด้านลบแทน นี่เป็นที่มาว่าทำไมหลายๆคนยิ่งทุ่มยิ่งเปย์ คู่เดทก็ยิ่งลมพัดลมเพห่างหายไปเสียนี่ หากท่านผู้อ่านมีความตระหนักรู้นิสัยในการเปย์ของตัวเองได้ ยิ่งมากเท่าไร ก็จะรู้สึกมีความสบายใจในความสัมพันธ์ที่กำลังดำเนินไปมากขึ้นด้วยครับ อย่างที่ฝรั่งเขาว่าเอาไว้ว่า “In the end, the love you take, will equal to the love you give” สุดท้ายแล้ว การได้และการให้ความรัก ควรจะสมดุลกันครับ สำหรับท่านที่สนใจอ่านทความดีๆเกี่ยวกับ dating ก็สามารถไปกดไลค์ได้ที่ facebook.com/meetnlunch หรือ follow ทวีตเตอร์ @meetnlunch นะครับ

Recent Posts