โทร +66 2 652 0044 หรือแชทผ่านไลน์ ได้ที่
โทร +66 2 652 0044
หรือแชทผ่านไลน์ ได้ที่
เริ่มกันเลย!
เริ่มกันเลย!

คนไทยกับแนวโน้มที่สูงขึ้นในการบอกเลิกผ่านเทคโนโลยี


 

นอกจากการติดต่อธุระ หรือสอบถามความเป็นอยู่ทั่วไปแล้ว ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีส่วนมากขึ้น แม้ในเรื่องการบอกเลิกความสัมพันธ์กับคนที่เราคบ

จากผลการสำรวจของ MeetNLunch บริษัทจัดหาคู่มืออาชีพ ให้บริการด้านคำปรึกษาและแนะนำหนุ่มสาวให้รู้จักกันในรูปแบบส่วนตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ได้สำรวจความคิดเห็นของคนโสดกว่า 800 คนในกรุงเทพฯแบ่งเป็น

 

 

 

 

 

เพศหญิงร้อยละ 70 (อายุระหว่าง 25-50 ปี)

เพศชายร้อยละ 30 (อายุระหว่าง30-55 ปี) พบว่า

ประมาณร้อยละ 50 ของทั้งหญิงและชายเลือกที่จะใช้ "โทรศัพท์" เป็นช่องทางในการบอกเลิก

รองลงมาคือ "บอกเมื่อพบหน้ากัน" อยู่ที่ประมาณร้อยละ 15 และ "บอกผ่านsms" อยู่ที่ประมาณร้อยละ 13 โดยจำนวนน้อยที่สุดประมาณ ร้อยละ 5 ตอบว่าจะบอกผ่าน "Email" และส่วนที่เหลือบอกว่า "ไม่แน่ใจ"

อันที่จริงแล้ว ช่องทางที่เหมาะสมสำหรับการบอกเลิกกับคนที่คบนั้นขึ้นอยู่กับหลายสิ่งตามสถานการณ์ เช่นระยะเวลาการคบกัน ความใกล้ชิดผูกพัน นิสัยใจคอ บุคลิกของคนที่เราต้องการบอกเลิก เช่น

ถ้าระยะเวลาในการคบยาวนานมาก หรือผูกพันมาก อาจต้องใช้เวลาและความตั้งใจในการบอกเลิกมากด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ช่องทางที่เชื่อว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดคือ "การบอกเมื่อพบหน้า" เพราะสิ่งนี้แสดงถึงความรับผิดชอบ และแสดงถึงการให้ความสำคัญกับความรู้สึกของอีกฝ่ายมากกว่าวิธีอื่น

แต่วิธีนี้ คนส่วนใหญ่กลับไม่เลือกทำเป็นอันดับแรกเพราะเป็นวิธีที่มีความเป็นไปได้สูงที่จะยืดเยื้อยาวนาน และสะเทือนอารมณ์ ความรู้สึกมากที่สุด ซึ่งอาจส่งผลให้ล้มเลิกความตั้งใจในการบอกเลิกไปได้

จากข้อมูลผู้ตอบแบบสอบถามของ MeetNLunch พบว่า การบอกเลิกโดยโทรศัพท์เป็นทางเลือกที่เป็นที่นิยมมากที่สุด

ทั้งนี้อาจเป็นเพราะโทรศัพท์เป็นวิธีที่สามารถสื่อสารกันได้อย่างใกล้ชิด แต่ในขณะเดียวกันก็ยังห่างพอที่จะซ่อนความรู้สึก หรือการแสดงออกทางสีหน้าที่ไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเห็นได้ ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย และสามารถขอปลีกตัวออกจากบทสนทนาได้ง่ายกว่าการพบหน้ากัน ส่วนการบอกเลิกผ่าน sms หรือ Email สามารถทำได้อย่างเหมาะสมในบางกรณี เช่นกับคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน เป็นต้น

เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจที่ตีพิมพ์ลงใน Reuters ซึ่งจัดทำโดยบริษัทจัดหาคู่ชื่อดังแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักร มีผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 2000 คน พบว่า

ร้อยละ 38 เลือกที่จะ “บอกเลิกต่อหน้า”

ร้อยละ 34 “บอกเลิกผ่าน Email”

มีเพียงร้อยละ 8 ที่เลือกใช้ “โทรศัพท์” และที่น่าแปลกใจมากคือ

มีจำนวนถึง ร้อยละ 13 ที่บอกเลิกผ่านทาง “สื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook”

นอกจากนั้นยังมีร้อยละ 6 ตอบว่าบอกเลิกผ่านทาง “Twitter” และร้อยละ 2 บอกว่าพวกเขาเลือก “sms” เป็นช่องทางในการบอกเลิก (Reuters, Feb 23rd 2010)

MeetNLunch

Reuters

Phone

50%

Face to face

38%

Face to face

15%

Email

34%

Text message

13%

Facebook status

13%

Email

5%

Phone

8%

Uncertain

17%

Twitter

6%

Text message

2%

การบอกเลิกผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook และ Twitter นั้นรวมกันได้ถึงร้อยละ 19 ซึ่งหมายความว่า ทุกๆ 1 ใน 5 คนเลือกที่จะบอกเลิกผ่านช่องทางนี้

จากตรงนี้ ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากกับการบอกเลิกด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม (ในกรณีที่เป็นความสัมพันธ์ที่จริงจัง และทั้งสองฝ่ายเคยใช้เวลาร่วมกัน ใกล้ชิดกันมาก่อน)

ไม่เพียงแต่แสดงถึงการไม่ใส่ใจความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่ยังเป็นการนำเรื่องส่วนตัวไปเผยแพร่ให้คนนอกรับรู้โดยทั่วกันอีกด้วย ความสะดวกง่ายดายของเทคโนโลยีทำให้ผู้คนเคยชิน และขาดการใส่ใจความรู้สึกของคนรอบข้าง ที่น่าสังเกตุและน่าเป็นห่วงคือ ตัวเลขนี้มีแนวโน้มจะสูงขึ้น ไม่เพียงแต่ในต่างประเทศ แต่รวมถึงคนกรุงเทพฯก็มีแนวโน้มที่จะเลือกช่องทางที่ง่ายกว่าในการบอกเลิกความสัมพันธ์มากขึ้นเช่นกัน

ถึงแม้ว่าจากผลการสำรวจของบริษัท MeetNLunch ณ ปัจจุบัน จะยังไม่พบว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการบอกเลิกความสัมพันธ์แต่อย่างใด ซึ่งอาจเป็นเพราะว่า Facebook ยังไม่แพร่หลายมากเท่าในอังกฤษนั่นเอง เทคโนโลยีในปัจจุบันสร้างความสะดวกสบายให้มนุษย์อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสื่อสังคมออนไลน์ ที่เพิ่มความรวดเร็วและง่ายดาย ในการส่งผ่านคำพูดแทนความรู้สึกได้โดยใช้เพียงปลายนิ้วสัมผัส อย่างไรก็ตาม

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ซึ่งหนึ่งในผลกระทบเหล่านั้นก็คือ ด้านความสัมพันธ์ของผู้คน ถึงแม้ในบางครั้ง เทคโนโลยีสามารถช่วยให้ผู้คนเข้าถึงกันง่ายขึ้นด้วยความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร แต่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีก็ทำให้ผู้คนห่างเหินกันมากขึ้นเช่นกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ทั่วไปเช่น ในครอบครัว, กลุ่มเพื่อน หรือคู่รัก ที่ถึงแม้จะใช้เวลาอยู่ร่วมกัน แต่ต่างฝ่ายต่างสนใจแต่การส่งข้อความ หรือเล่นเกมส์ออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและความใกล้ชิดกันลดลงไป หรือแม้แต่การถามสารทุกข์สุขดิบ หรือติดต่อธุรกิจ

ซึ่งในอดีตจะใช้วิธีเยี่ยมเยียนพบหน้า ใช้การส่งเสียงผ่านโทรศัพท์ หรือเขียนจดหมายด้วยลายมือ แต่ในปัจจุบัน จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และการส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือ และสื่อสังคมออนไลน์ ต่างเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ความใกล้ชิดระหว่างผู้คนยิ่งลดน้อยลงไป เป็นตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีแบบคนรุ่นใหม่ ที่ตอบได้ยากว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ และทำให้วิถีชีวิตของผู้คนดีขึ้นจริงหรือเปล่า


บทความแนะนำน่ารู้สำหรับคุณ
นอกจากความสวย ผู้ชายชอบผู้หญิงจากตรงไหน?
วิธีสร้างเสน่ห์ให้เพศตรงข้ามประทับใจ
ควรสารภาพรักกับผู้ชายไหม และถ้าจะทำต้องทำอย่างไร?
คนที่ดีพอ…หรือคนที่พอดี…


โพสต์แนะนำ

อยากเจอคนที่ใช่? แอปหาคู่ไหนดี เว็บหาคู่ไหนโดน มาดูกัน!
อยากเจอคนที่ใช่? แอปหาคู่ไหนดี เว็บหาคู่ไหนโดน มาดูกัน!
     ในปี 2562 มีประชากรสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั่นก็คือ ‘คนโสด’  ปัจจุบันนี้ คนไทยแต่งงานช้าลงเนื่องด้วยสาเหตุหลายอย่าง ทั้งด้านเศรษฐกิจที่ไม่ดีนักทำให้ค...

อ่านเพิ่มเติม

Violet Lim เผยความลับของ Algorithms แอปหาคู่
Violet Lim เผยความลับของ Algorithms แอปหาคู่
ปฏิเสธไม่ได้ว่า MeetNLunch คือบริการหาคู่ที่ยืนยาวที่สุดของไทย ผ่านการทำมาถึง 14 ปี ต่อเนื่อง ซึ่งปี 2562 ทาง MeetNLunch ก็มีการทำวิจัยด้านพฤติกรรมการออกเดทของคนโสดเช่นทุกๆปีที่ผ่านมา แถมปีนี้มา...

อ่านเพิ่มเติม

ไอเดียโรแมนติกจากสุดยอดฉากรักในคริสต์มาสมูฟวี่
ไอเดียโรแมนติกจากสุดยอดฉากรักในคริสต์มาสมูฟวี่
อีกแค่ไม่กี่อึดใจก็จะถึงเทศกาลคริสต์มาส เราไม่รู้ว่าคุณคิดเหมือนกันมั้ยว่า คริสต์มาสเป็นเทศกาลที่สุดแสนจะโรแมนติก อาจจะเป็นเพราะว่ามันคือช่วงเวลาที่เราสัมผัสได้ถึงความสุขและอุ่นไอของความรักที่ราย...

อ่านเพิ่มเติม

เริ่มต้นตามหารักแท้ ที่นี่!
นัดหมายเพื่อเข้ารับคำปรึกษา วันนี้
เริ่มต้นตามหารักแท้ ที่นี่!
นัดหมายเพื่อเข้ารับคำปรึกษา วันนี้
หญิงชาย
สนใจสมัครรายการ Take Me Out Thailand
สนใจไม่สนใจ

การส่งแบบสอบถามนี้ ถือว่าคุณยอมรับนโยบายการบริการของมีท แอนด์ ลันช์

เวปไซต์นี้ได้รับการคุ้มครองโดย reCAPTCHA และใช้ นโยบายความเป็นส่วนตัว และข้อกำหนดในการให้บริการของ Google